แช่ให้ถูกชั้น เก็บความสดได้นานกว่าเดิม

03-21 2024

Haier_YT[แช่ให้ถูกชั้น]_120324


แช่ให้ถูกชั้น เก็บความสดได้นานกว่าเดิม


คุณเคยได้ยินประโยคที่ว่าของที่อยู่ในตู้เย็นไม่มีวันหมดอายุไหม คำพูดติดตลกที่ใช้หยอกเล่นกันเวลาที่ผู้ใหญ่มักจะแช่อาหารหรือของต่าง ๆ เอาไว้จนลืม เพราะเข้าใจว่าตู้เย็นจะช่วยรักษาความสดใหม่ให้กับของที่แช่ได้ตลอด ซึ่งในความเป็นจริงแล้วของแต่ละอย่างที่แช่ในตู้เย็นจะมีวันหมดอายุของมันเอง แต่เราสามารถยืดอายุของที่แช่นั้นได้นานขึ้นเพียงแค่คุณต้องแช่ให้ถูกชั้น


1. ช่องแช่แข็งหรือช่องฟรีซ

พื้นที่นี้จะเป็นส่วนที่เย็นที่สุดของตู้เย็น โดยปกติมักจะมีอุณหภูมิที่ประมาณ -18 องศาเซลเซียส เป็นช่องที่เอาไว้สำหรับเก็บรักษาอาหารหรือวัตถุดิบที่ต้องการการแช่แข็ง เช่น เนื้อสด น้ำแข็ง น้ำซุป อาหารแช่แข็ง รวมไปถึงอาหารที่ต้องการเก็บไว้กินนาน ๆ หรือบางคนก็จะชอบเก็บไอศกรีมในช่องนี้ หรือหากใครชอบทานเครื่องดื่มเย็น ๆ ในตู้เย็นไฮเออร์ 2 ประตู รุ่น HRF-300MGI ก็จะมีโหมด Snow Frz. ให้คุณทำเครื่องดื่มเกล็ดหิมะไว้ทานเองได้ด้วยนะ 


2. ชั้นวางด้านล่างช่องแช่แข็ง 

ช่องนี้จะมีความเย็นรองลงมาจากชั้นของช่องฟรีซ โดยปกติมักจะมีอุณหภูมิประมาณ 0-6 องศาเซลเซียส ช่องนี้จะเหมาะกับการแช่ของอาหารพร้อมทานต่าง ๆ ที่ต้องเก็บในความเย็นแต่ไม่ต้องถึงกับเอาไปแช่แข็ง  รวมไปถึงเหมาะสำหรับอาหารสดต่าง ๆ เช่น เนื้อสด ไข่ โยเกิร์ต ชีส และนมสด แต่แนะนำว่าการจะแช่ของทั้งหมดในชั้นนี้ควรเก็บไว้ในกล่องที่มีฝาปิดมิดชิด และพิเศษมากขึ้นสำหรับตู้เย็นไฮเออร์ 2 ประตู รุ่น HRF-300MGI จะมีช่อง Magic Room ช่องพิเศษที่ช่วยรักษาความสดของอาหารแต่ละประเภทได้อย่างแม่นยำด้วยอุณหภูมิ 5 ถึง -18 องศาเซลเซียส


3. ชั้นวางหลังประตู

บริเวณนี้จะเป็นส่วนที่อุณหภูมิมีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด เพราะเป็นส่วนที่จะถูกเปิด-ปิดทั้งวัน จึงทำให้เป็นส่วนที่มีความเย็นน้อยที่สุดของตู้เย็น โดยจะมีอุณหภูมิที่ประมาณ 10-15 องศาเซลเซียส การแช่ของในชั้นนี้จึงควรเป็นสิ่งที่ไม่เน่าเสียง่าย ไม่จำเป็นต้องแช่เย็นมาก ๆ แต่ยังคงสามารถอยู่ได้นาน เช่น ขวดน้ำ เครื่องปรุง น้ำผลไม้ ส่วนอาหารที่ไม่แนะนำให้แช่ในบริเวณชั้นนี้คือผลิตภัณฑ์จากนมวัวและไข่เพราะอุณหภูมิที่ไม่คงที่อาจทำให้เสียเร็วขึ้น


4. ชั้นวางตรงกลาง

ชั้นวางนี้จะเป็นชั้นที่เราใช้งานบ่อยและคุ้นเคยมากที่สุด มีอุณหภูมิปานกลางที่ประมาณ 5-7 องศาเซลเซียส ชั้นนี้เหมาะสำหรับการแช่อาหารสำเร็จรูปที่ไม่จำเป็นต้องนำไปปรุงต่อ เบเกอรี่ โยเกิร์ตหรืออาหารกระป๋อง การแช่ของสดในชั้นนี้แนะนำว่าควรอยู่ในภาชนะที่ปิดกล่องเรียบร้อยแล้วก่อนแช่ 


5. ช่องแช่ผักและผลไม้

ช่องแช่มักจะถูกออกแบบมาให้เป็นลักษณะแบบลิ้นชัก ซึ่งจะช่วยกักเก็บความชื้นให้ผักและผลไม้สดใหม่นานยิ่งขึ้น โดยปกติจะมีอุณหภูมิที่ประมาณ 8-10 องศาเซลเซียส หากใครอยากเก็บรักษาความสดและคุณค่าของผักและผลไม้ให้ได้นานขึ้น ควรทำให้ผักและผลไม้แห้งสนิทก่อนเก็บเข้าตู้เย็น


ในปัจจุบันเทคโนโลยีในตู้เย็นพัฒนาขึ้นอย่างมาก ทั้งยังมีความหลากหลายให้ได้เลือกใช้ตู้เย็นให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของผู้บริโภค ทั้งแบบตู้เย็นมินิบาร์, ตู้เย็น 1 ประตู, ตู้เย็น 2 ประตู, ตู้เย็น 4 ประตู และตู้เย็นไซด์บายไซด์ ทั้งยังมีฟังก์ชันน่าใช้อีกมากมายในตู้เย็นไฮเออร์หลากหลายรุ่น รายละเอียดเพิ่มเติมคลิก https://bit.ly/49mqrHv