![Haier_Website[HappyNewHome] FN](https://image.haier.com/th/about-haier/news-tips/W020251222664725966053_q.jpg)
หลายครั้งเราใส่ใจการดูเครื่องใช้ไฟฟ้าเพียงแค่ในส่วนที่มองเห็นได้ เช่น การเช็ดทำความสะอาดภายนอกให้ดูใหม่อยู่เสมอ แต่ในความเป็นจริง ยังมีอีกหลายจุดภายในเครื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน และกลับเป็นส่วนที่มักถูกละเลย เพราะเรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ทั้งที่จุดเหล่านี้คือหัวใจของการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าเลยก็ว่าได้ เมื่อไม่ได้รับการดูแล ฝุ่น คราบสิ่งสกปรก และความชื้นต่าง ๆ จะเริ่มสะสมอย่างช้า ๆ ทำให้เครื่องต้องทำงานหนักขึ้นกว่าปกติ ใช้พลังงานมากขึ้น ส่งผลให้ค่าไฟสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว และที่สำคัญอาจทำให้ชิ้นส่วนเสื่อมเร็ว เกิดความร้อนสะสม หรือเสียหายก่อนเวลาอันควร
หลายคนอาจไม่ทันสังเกตว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิด เช่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า หรือแม้แต่แอร์ มีช่องระบายอากาศหรือคอยล์อยู่ด้านหลังหรือด้านล่าง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการระบายความร้อนขณะเครื่องทำงาน แต่เพราะถูกติดตั้งชิดผนังหรืออยู่ในตำแหน่งที่ไม่ค่อยเห็น จึงมักเต็มไปด้วยฝุ่นและใยผ้าเกาะสะสมหนาเป็นชั้นโดยไม่รู้ตัว เมื่อฝุ่นสะสม หน่วยระบายความร้อนต้องทำงานหนักกว่าเดิม ทำให้ประสิทธิภาพลดลง กินไฟมากขึ้น และอาจทำให้อุณหภูมิในเครื่องไม่คงที่จนเกิดปัญหาอื่นตามมา เช่น ตู้เย็นเย็นช้าหรือแอร์ไม่ทำงานเต็มที่
แผ่นกรองอากาศของแอร์คือด่านแรกที่ดักฝุ่นในบ้าน แต่เพราะการล้างฟิลเตอร์ไม่ได้อยู่ใน “กิจวัตรประจำวัน” หลายคนจึงลืมทำเป็นประจำ ทำให้ฝุ่นเกาะแน่นจนลมออกได้น้อยลง กลายเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้แอร์เย็นช้ากว่าเดิม ทำให้เครื่องต้องเร่งทำงานหนักขึ้น กินไฟเพิ่ม และยังเป็นแหล่งสะสมของสิ่งสกปรกที่อาจกระจายกลับคืนสู่ห้องได้
ถอดฟิลเตอร์ออกมาล้างด้วยน้ำสะอาดทุก 2 สัปดาห์ ผึ่งให้แห้งก่อนใส่กลับ หรือใช้โหมดการทำความสะอาดอัตโนมัติเพื่อทำความสะอาด เพียงเท่านี้ลมจะแรงขึ้น เครื่องทำงานเบาสบายขึ้น และอากาศในห้องก็สะอาดสดชื่นกว่าเดิม
3. ช่องใส่น้ำยาซักผ้าในเครื่องซักผ้า
ช่องใส่น้ำยาซักผ้าและน้ำยาปรับผ้านุ่มเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ที่หลายคนลืมดูแล ทั้งที่เป็นจุดที่ความชื้นขังอยู่บ่อยที่สุด เมื่อไม่ได้ล้างนานเข้า คราบน้ำยาจะจับตัวแข็ง กลายเป็นของตกค้าง และเป็นแหล่งสะสมเชื้อราและแบคทีเรียได้ง่าย ส่งผลให้เครื่องซักผ้ามีกลิ่นอับ และผ้าที่ซักเสร็จก็อาจไม่หอมเหมือนเดิม
ถอดช่องใส่น้ำยาออกมาล้างด้วยน้ำอุ่นและแปรงขนนุ่มเดือนละครั้ง จะช่วยลดการสะสมของคราบและเชื้อรา ทำให้เครื่องสะอาดขึ้นและช่วยดูแลสุขอนามัยของเสื้อผ้าด้วย
คราบฝุ่นและสิ่งสกปรกที่เกาะตามรอยต่อของปลั๊กไฟ แม้จะดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ในมุมมองทางไฟฟ้าแล้วเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นตัวแปรที่ทำให้เกิดไฟฟ้ารั่ว การลัดวงจร หรือเกิดความร้อนสะสมจนกลายเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยนอกจากนี้ปลั๊กที่เสียบไม่แน่นหรือสายไฟเริ่มฉีกขาดก็เป็นอีกสัญญาณสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
ให้ปิดสวิตช์หรือถอดปลั๊กก่อนทำความสะอาด ใช้ผ้าแห้งเช็ดเบา ๆ ห้ามใช้น้ำโดยเด็ดขาด และควรตรวจเช็กเป็นประจำว่าตัวปลั๊กแน่น สายไฟสมบูรณ์ ไม่มีรอยชำรุดหรือไหม้
เช็ดขอบยางด้วยผ้าชุบน้ำสบู่อ่อน ๆ ทุกสัปดาห์ เพื่อขจัดคราบและรักษาความยืดหยุ่น จากนั้นลองทดสอบด้วย “กระดาษแผ่นหนึ่ง” เพียงสอดไว้ระหว่างประตูแล้วปิด หากดึงออกได้ง่าย แปลว่าขอบยางเริ่มเสื่อมและควรเปลี่ยนใหม่เพื่อให้ตู้เย็นทำงานเต็มประสิทธิภาพเหมือนเดิม
เครื่องใช้ไฟฟ้าจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการใช้งานเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ “วิธีการดูแลรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าในส่วนที่มองไม่เห็น” ด้วย เพียงสละเวลาตรวจเช็กและทำความสะอาดเป็นประจำ ก็ช่วยให้ลดภาระเครื่อง ลดค่าไฟ ลดความเสี่ยงไฟฟ้าลัดวงจร และทำให้บ้านปลอดภัยขึ้นในทุกวัน
ติดตามบทความ สาระความรู้ และเทคนิคดี ๆ เกี่ยวกับสินค้าและบริการจาก Haier Thailand ได้ที่
Facebook: https://www.facebook.com/HaierThailand
Instagram: https://www.instagram.com/haier_thailand/
X: https://x.com/ThailandHaier
TikTok: https://www.tiktok.com/@haier_thailand
YouTube: https://www.youtube.com/@HaierThailandOfficial